dscf6137 ขึ้นเงินเดือนพิทักษ์ป่า ของขวัญปีใหม่ 2555 จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

 

วันนี้(29  ธ.ค.) นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) เปิดเผยว่า จากการพยายามผลักดันเรื่องการดูแลสวัสดิการของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ลูกจ้างพิทักษ์ป่ารายวัน สังกัดกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ที่เดิมมีค่าตอบแทนแค่เดือนละ 4,200  บาท แต่ต้องทำงานเสี่ยงภัยในป่าสารพัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเผชิญหน้ากับผู้ที่ลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ล่าสัตว์ นั้น ล่าสุด นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ได้ไปชี้แจงให้คณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ ในร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) งบประมาณปี 2555 ทั้งชุดใหญ่และชุดเล็ก โดยได้ให้ข้อมูลการปฏิบัติงาน และขอให้กรรมาธิการฯช่วยสนับสนุนเรื่องงบประมาณค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่า ปรากฏว่า ทางคณะกรรมาธิการฯสนับสนุนงบประมาณในส่วนดังกล่าวเต็มที่ โดยไม่ตัดในส่วนที่กรมอุทยานนำเสนอไปเลย

นายธีรภัทร กล่าวว่า ในภาพรวมกรมอุทยานแล้วกรมอุทยานแห่งชาติฯได้เสนอ ของบประมาณประจำปี 2555 ไปทั้งหมด 2 หมื่นล้านบาท แต่คณะกรรมาธิการฯ พิจารณารอบแรกได้ตัดงบประมาณทิ้งไปเหลือ 8,900 ล้านบาท ถูกตัดไปช่วยเหลือเหตุน้ำท่วมอีก 10% หรือราว 500  ล้านบาท โดยได้ของบประมาณในส่วนนี้ไปประมาณ 300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งจะมีผลทำให้ ในปีใหม่ที่จะถึงนี้ กรมอุทยานฯสามารถเพิ่มค่าตอบแทนให้เจ้าหน้าที่พิทักป่า ที่ทำหน้าที่ลาดตระเวนป่า จากเดิมประมาณ 4,200 บาท จะเพิ่มเป็นประมาณ 7,500- 8,000 บาท หรือเกือบ 100% จากค่าตอบแทนเดิม และจะเพิ่มพนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานพิทักษ์ป่า ซึ่งจะมีความมั่นคงในหน้าที่การงานมากขึ้นอีกประมาณ 1,000 ตำแหน่ง โดยจะเอาลูกจ้างรายวันเหล่านี้มาสอบ ซึ่งเมื่อเป็นพนักงานราชการแล้ว เจ้าหน้าที่เหล่านั้นจะมีสวัสดิการ และความมั่นคงในหน้าที่การงานมากขึ้น ขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่จะดีขึ้นด้วย

“ความจริงแล้วท่านอธิบดีอยากจะให้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ได้มีเงินตอบแทนเดือนละ 9,000 บาท เป็นอย่างน้อย แต่งบประมาณที่ได้รับมา หากให้คนละ 9,000 บาท งบประมาณจะไม่เพียงพอ แต่ถ้าเป็นระหว่าง 7,500-8,000 บาท ก็จะครอบคลุมถึงทุกคน โดยขณะนี้กรมอุทยานฯมีพนักงานจ้างเหมา ที่ทำหน้าที่ลาดตระเวณป้องกันป่าทั้งหมดทั่วประเทศจำนวน 11,278 คน ถือเป็นของขวัญวันปีใหม่ให้กับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่ทำงานหนักและเสี่ยงภัยเพื่อปกป้องทรัพยากรของประเทศมาตลอด”นายธีรภัทร กล่าว

                                                                                                                                                      ขอขอบคุณข่าวจาก   www.dailynews.co.th

 

dscf7949 ขึ้นเงินเดือนพิทักษ์ป่า ของขวัญปีใหม่ 2555 จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

เบื้องหน้าคือป่าและสัตว์ป่าที่ต้องคุ้มครอง ข้างหลังคือครอบครัวและลูกเมียที่ต้องดูแล

 

เช้านี้ผมตื่นมาได้รับข่าวดีแทนพวกเราทุกคน ที่รัฐบาลจะเพิ่มเงินเดือนให้ผู้พิทักษ์ป่า จากความรู้สึกใจจริง ผมรู้สึกว่าเป็นข่าวดีกว่าที่ผมได้ขึ้นเงินเดือน 15,000 บาท(ทำงานมาเกือบสิบปียังไม่เท่าตอนอยู่เอกชนเลย)  หรือได้รับการเลื่อนตำแหน่งเสียอีก เพราะผู้ที่ได้ประโยชน์คือคนไทยทุกคน เมื่อคนเฝ้าป่ามีกำลังใจดี ครอบครัวอยู่ได้ ป่าและสัตว์ป่าก็จะได้รับการดูแลอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการคัดกรองและดึงดูดคนที่จะเข้ามาทำงาน ทำให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถ มีใจรัก ส่วนคนเก่าก็จะได้มีแรงจูงใจในการทำงาน และพัฒนาตนเอง บุคคลากรที่สร้างขึ้นมา ได้สั่งสมประสบการณ์ในการทำงานในป่าจนมีความชำนาญป่าก็จะไม่หนีไปอยู่ที่อื่น

รอบปีทีี่ผ่านมาเราคงเห็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าทำงานหนัก ไม่ว่ามีวิกฤติการณ์ที่ไหน เช่น การกู้ภัยเฮลิคอบเตอร์ทหารตกที่แก่งกระจาน การปราบปรามการลักลอบตัดทำไม้พะยุงภาคอีสาน การรื้อถอนรีสอร์ตวังน้ำเขียว การจับพรานล่าเสือ ล่าช้างที่ห้วยขาแข้งและภูเขียว การช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประสบภัยจากมหาอุทกภัยที่ผ่านมา การกู้ภัยทางทะเลและตามหาคนหายในป่า และงานอื่นๆที่เป็นงานปิดทองหลังพระอีกมาก งานเหล่านี้ต้องอาศัย ความอดทน ขวัญและกำลังใจจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งค่าใช้จ่ายทั้งส่วนรวมและส่วนตัวที่เกิดขึ้น

ปัจจุบันเรามีผู้พิทักษ์ป่าซึ่งเป็นลูกจ้างชั่วคราว 11,278 คน ดูแลรักษาป่าในความรับผิดชอบของกรมอุทยานฯ 73 ล้านไร่ ได้รับงบประมาณดูแลไร่ละ 13.87 บาทและงบประมาณดูแลด้านสัตว์ป่าทั่วประเทศ 327  ล้านไร่ ได้รับงบประมาณไร่ละ 1.19 บาท งบประมาณดูและพื้นที่ไฟป่า 21.25  ล้านไร่ ได้รับงบไร่ละ 11.83 บาท จะเห็นได้ว่าน้อยมากกับการป้องกันผู้บุกรุกพื้นที่ป่าที่มีความยากลำบากในการทำงาน แม้แต่พื้นที่ใต้สะพานลอย หรือริมคลองในกรุงเทพฯ ยังถูกบุรุก แต่นี่เป็นการทำงานในป่าการดำเนินการก็ยากขึ้นไปอีก ขอขอบคุณท่านผู้บริหารที่เห็นความสำคัญและสร้างเสริมสวัสดิการให้กับผู้พิทักษ์ป่าทุกคนครับ ก่อนจากกันมีบทความสะท้อนชีวิตผู้พิทักษ์ป่ามาให้เห็นถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องเพิ่มเงินเดือนให้เขาเหล่านั้น ในมุมมองของคนภายนอก ได้อ่านกันครับ

 

0img 0607 ขึ้นเงินเดือนพิทักษ์ป่า ของขวัญปีใหม่ 2555 จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

พิทักษ์ป่า งานหนักไม่เคยฆ่าใคร ยิ่งทำยิ่งสง่างาม


ชีวิตลำเค็ญของผู้พิทักษ์ป่า  เงินน้อย คอยนาน งานหนัก อยู่ด้วยใจ

ชีวิตและภารกิจของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า

แม้ว่าภารกิจของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ในการปกป้องผืนป่า
ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือนายทุนและชาวบ้านที่ลักลอบเข้าตัดไม้ และล่าสัตว์ป่า จะ
มากอยู่แล้วก็ตาม แต่เมื่อเกิดกระแส “ทับลาน-วังน้ำเขียว” ในห้วงเกือบ 2 เดือนที่
ผ่านมา รวมทั้งปัญหาลักลอบตัดไม้พะยูงในหลายจังหวัดทวีความรุนแรงมากขึ้น
ยิ่งทำให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องเหนื่อยหนัก แต่จะมีใครสักคนทราบว่า ผลตอบแทน
ของพวกเขาเหล่านี้ในแต่ละเดือน น้อยกว่า รปภ.ตามหมู่บ้านเสียอีก ทั้งที่งานหนัก
กว่ากันเยอะ และเสี่ยงภัยกว่า

นายคำพัน คำนนท์ อายุ 32 ปี ชาวมุกดาหาร ที่ชีวิตพลิกผันจากหนุ่มโรงงาน
มาเป็นพนักงานสายตรวจของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประจำหน่วยพิทักษ์
เขาใหญ่ บริเวณลำพระยาธาร (ขญ.7) อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เล่าถึงประสบการณ์
ชีวิตหลังเรียนจบระดับปวส. ว่า เคยทำงานโรงงานใน อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี
ในตำแหน่งหัวหน้าช่างซ่อมเครื่องยนต์หนัก ทำงานอยู่ 8-9 ปี เงินเดือนสุดท้าย 14,000   บาท แต่สังคมในโรงงานไม่ดี มีการเอารัดเอาเปรียบกัน อยู่แล้วทำ
งานด้วยความไม่สบายใจ จึงลาออกมาสมัครเป็นพนักงานสายตรวจอุทยานฯเขาใหญ่

เงินเดือนครั้งแรกของ “คำพัน” ในฐานะพนักงานสายตรวจอุทยานฯเขาใหญ่
4,300 บาท ปัจจุบันอยู่เขาใหญ่มาเกือบ 2 ปี ก็ยังรับเงินเดือน 4,300 บาท บาง
ครั้งเงินเดือนออกช้าเป็นเดือน ๆ นานสุดออกช้า 3 เดือนก็มี ประเภทที่ว่าหัวหน้า
หน่วยต้องควักจ่ายสำรองให้ก่อน แต่เจ้าตัวบอกว่า “พวกผมอยู่กันด้วยใจจริง ๆ
อยู่ที่นี่แล้วสบายใจ รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ดูแลรักษา  ป่าไม้ ทรัพยากรของชาติ ลำพัง
เงินเดือนแค่ 4,300 บาท สวัสดิการอะไรไม่มีเลย เวลาเจ็บป่วย ค่ารักษาพยาบาล
ก็ไม่มี ถ้าใจไม่รัก อยู่  ไม่ได้แน่”

“คำพัน” บอกว่า ทุกวันนี้มีภรรยาและมีลูก 2 คน โดย 4 ชีวิตพ่อแม่ลูกพักอาศัยอยู่
ในบ้านพักหน่วยพิทักษ์ป่า โชคดีอยู่บ้างตรงที่ภรรยาของ “คำพัน” ทำงานโรงงาน
ได้   เงินเดือน 7,000 บาท และเงินเดือนออกตรงทุกเดือน จึงพอมาจุนเจือครอบ
ครัวได้บ้าง เพราะเงินเดือนของ “คำพัน” ส่วนใหญ่ออกไม่ค่อยตรง ส่วนภาระทาง
บ้านที่มุกดาหาร พ่อแม่ทำนา ทำไร่ อยู่กันไปตามสภาพ ถ้าพอมีเงินเหลือบ้าง
“คำพัน” จึงส่งให้พ่อแม่ เรียกว่าถ้ามีเงินก็ส่งให้ แต่ถ้าไม่มีก็ไม่ได้ส่งให้พ่อแม่

สำหรับภารกิจปกป้องผืนป่า เป็นงานที่ไม่มีเวลาแน่นอน เรียกว่าแทบไม่ได้หยุดพัก
และห่างพื้นที่หน่วยไม่ได้เลย เพราะต้องออกลาดตระเวนตรวจป่าตลอดเวลา โดย
ออกไปกันเป็นชุด ชุดละเกือบ 10 คน ครั้งละ 2 คืน 3 วัน บางครั้งไปลาดตระเวน
นอนในป่าเกือบสัปดาห์ ด้วยเสื้อผ้าชุดออกตรวจ 1 ชุด และชุดลำลองที่ขนไปจาก
บ้านอีก 1-2 ชุด พร้อมอาวุธปืนคู่ใจ เป็นปืนลูกซอง 5 นัด สภาพเก่า ๆ ยิงแล้วขัด
ลำกล้องบ่อย ๆ

เวลามีการปะทะกับแก๊งลักลอบตัดไม้และพรานป่าเมื่อไหร่ มีเสียว มีลุ้นระทึกทุก
ครั้ง เพราะกลัวปืนขัดลำกล้อง ยิงไม่ออก ถ้าผู้บุกรุกมีอาวุธปืนดี ๆ คงสู้ไม่ได้แน่
ทุกวันนี้อาศัยว่าเจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปกันหลายคน มีปืนหลายกระบอก พอจะยิงข่มขู่
ให้พวกบุกรุกรีบเผ่นหนีไปก่อน

“คำพัน” ยืนยันว่าจะทำงานพิทักษ์ป่าเขาใหญ่ต่อไป จะขอสู้จนหมดลมหายใจ ถึง
เงินเดือนน้อย แต่ใจรัก เมื่อถามว่าอยากจะขออะไรจากรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
และ นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “คำพัน”
บอกว่า ถ้าขอได้ อยากให้เงินออกตรงทุกเดือน ถ้าจะขอมากไปนั่นคืออยากให้มีสวัสดิ
การบ้าง มีเสบียงอาหารเวลาออกไปลาดตระเวนหลาย ๆ วัน และอาวุธปืนที่มีประสิทธิภาพกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ทางด้าน นายสลัก ไชยราชา อายุ 30 ปี เกิดที่ จ.อุดรธานี แล้วย้ายภูมิลำเนามาอยู่
จ.สระแก้ว จนกระทั่งเรียนจบการศึกษาชั้นป.6 เคยทำงานรับจ้างและทำงานใน
โรงงาน ได้ค่าแรงวันละ 120 บาท (เมื่อ 4 ปีก่อน) ต่อมาถูกเพื่อนชักชวนมาสมัคร
เป็นพนักงานสายตรวจ อุทยานแห่งชาติทับลาน ประจำอยู่ที่จุดสกัดห้วยคำภู ต.แก่ง
ดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี

“สลัก” บอกว่าทำงานในอุทยานฯทับลาน มาแล้ว 4 ปี ปัจจุบันรับเงินเดือน
4,300 บาท ออกตรงบ้าง ไม่ตรงบ้าง เงินเดือนพออยู่ไปแบบถู ๆ ไถ ๆ อย่าง
ประหยัดอดออม ต้องหาผัก หาปลาตามทุ่งมาทำอาหารเลี้ยงชีวิต ทุกวันนี้ “สลัก”
ครองตนเป็นโสด แต่ยังมีภาระต้องเลี้ยงดูยาย ซึ่งอาศัยอยู่กับญาติที่ จ.สระแก้ว

“เงินเดือนแค่นี้ แถมออกไม่ค่อยตรง ถ้ามีภรรยา มีลูกเดือดร้อนแน่นอน ถ้าอยู่คนเดียว
พออยู่ได้ตามสภาพ แต่ผมยังไม่คิดย้ายไปไหน ทุกวันนี้เป็นพนักงานสายตรวจ
อุทยานฯทับลาน มาแล้ว 4 ปี รู้สึกชอบ อยู่แล้วสบายใจ เพราะได้ทำหน้าที่ปกป้อง
รักษาป่าไม้ มีบาด    เจ็บบ้างเวลาไปไล่จับกุมผู้ลักลอบตัดไม้และพรานป่าในเวลา
กลางคืน คาดว่าคงอยู่ที่นี่ต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าชีวิตจะหาไม่”

เมื่อถามว่าอยากจะขออะไรจากรัฐบาล “สลัก”บอกว่าควรจัดหาอาวุธปืนที่มีประสิทธิ
ภาพดีกว่านี้มาใช้งาน เพราะปัจจุบันพวกตนใช้อาวุธปืนลูกซอง 5 นัด สภาพเก่า ๆ
กระสุนปืนก็คงเก่า เนื่องจากเก็บไว้นาน ยิงแล้วกระสุนด้านบ่อย ๆ บางครั้งยิงแล้ว
กระสุนร่วงที่ปากกระบอก เหมือนกับดินปืนหมดอายุ ส่วนเงินเดือนและสวัสดิการ
ถ้าปรับให้บ้างน่าจะดี ถ้าเป็นแบบนั้นตนและพนักงานป่าไม้ทั่วประเทศจะมีขวัญ
และกำลังใจในการทำงานมากขึ้น

สิ่งที่ “คำพัน” และ “สลัก” พนักงานพิทักษ์ป่าเขาใหญ่-ทับลาน ได้สะท้อนสภาพ
ความจริงออกมา เป็นสิ่งยืนยันว่า แม้ค่าตอบแทนจะเล็กน้อย แทบไม่คุ้มค่ากับความเหนื่อยยาก เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่ “คำพัน” และ “สลัก” ยังมีความ
เข้มแข็ง พร้อมทำงานรักษาทรัพยากรของชาติต่อไป วันนี้จึงถึงเวลาแล้วที่คนในสังคม
และรัฐบาล ควรตอบแทนค่าเหนื่อยและค่าเสี่ยงภัยให้คนเหล่านี้บ้างตามสมควร หรืออย่างน้อยต้องได้ค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาท.

ขอขอบคุณบทความจาก ทีมเฉพาะกิจ หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันศุกร์ ที่ 9 กันยายน 2554

21 Responses to “ขึ้นเงินเดือนพิทักษ์ป่า ของขวัญปีใหม่ 2555 จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช”

  1. ผู้มาเยือน พูดว่า:

    ตามข่าวแจ้งว่าขึ้นเงินเดือนให้กับพนักงาน ลูกจ้าง ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการลาดตระเวนป่า จึงเป็นที่สงสัยกันว่า แล้วลูกจ้างที่มีรายชื่อสังกัดงานบริการ แต่ว่าต้องทำหน้าที่ทั้งบริการ และลาดตระเวน เข้าป่า ดับไฟ ตามหาคนหาย แบบนี้จะได้ขึ้นเงินเดือนด้วยหรือไม่คะ

  2. หน่วยต้นน้ำ พูดว่า:

    อยากสอบถาม แล้วพนักงานจ้างเหมา ของหน่วยจัดการต้นน้ำ จะได้ขึ้นเงินเดือนเพิ่มไหมครับ ทำงานคล้ายๆกัน ขอบคุณครับ

  3. admin พูดว่า:

    คิดว่าคงเพิ่มให้ทุกคนนะครับ แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนป่าที่มีความรู้ด้านการเดินป่า การใช้ gps และเสี่ยงภัยจากการลาดตระเวนคงจะได้ในอัตราที่สุงกว่า ผมก็รอความชัดเจนเหมือนทุกคน อยากให้ได้เงินเพิ่มหรือบรรจุกันหมดทุกคน

  4. mickey พูดว่า:

    จริงหรอที่ให้7500-8000 จาก7500-8000 เหลือ 6000 จาก 6000 ไม่ได้เลย แถมเดือนนี้ยังไม่เงินเดือนอีก

  5. ผู้มาเยือน พูดว่า:

    ขึ้นจริงค่ะ แต่ว่าไม่ถึง 7500 นะคะ จาก 4200 ขึ้นเป็น 4700 ในขณะที่ค่าครองชีพพุ่งกระฉูดไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ค่าจ้างรายวันขั้นต่ำ 300 บาท (ลูกจ้างป่าไม้ไม่มีสิทธิ) ยังไม่ทันได้เงิน สินค้าต่างๆ ก็รีบขึ้นราคาก่อน แล้วลูกจ้างอุทยาน ป่าไม้ ที่เป็นลูกจ้างเหมา ไม่มีสวัสดิการ จะอยู่กันได้ยังไง หน้าเห็ดกินเห็น หน้าหน่อกินหน่อ ผักแตกยอดก็ต้องไปเก็บมากินประทังชีวิตและครอบครัว ใครไม่ได้มาอยู่ในสภาวะแบบนี้แทบไม่รู้เลย

  6. คนวงใน พูดว่า:

    บอกว่าจะช่วย……เงินเดือนไม่ออกมาสามเดือนแล้ว
    นี่วันที่เท่าไหร่แล้ว……เลยต้นปีมาตั้งกี่เดือนแล้ว

  7. รัติกาล พูดว่า:

    แล้วเงินเดือนลูกจ้างเหมาของอุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้จะออกเมื่อไรกันของเดือนเมษายน2555ออกเมื่อไร คนงานต้องใช้เงินใช้จับจ่ายซื้อของใช้ขอกินต้องซื้ออุปรณ์การเรียนการสอนของลูกจะต้องได้ไปกู้เงินเขามาใช้ก่อนดอกก็แพงต้องอยู้ในสภาวะแบบอดๆอยากๆกันอย่างนี้เหรอขอช่วยตรวจสอบด้วยค่ะ

  8. admin พูดว่า:

    ลองสอบถามหัวหน้าหรือต้นสังกัดตามระบบดูนะครับ

  9. admin พูดว่า:

    ต้องขออนุญาติเจ้าของความเห็นทุกท่าน ผมขอตัดคำที่รุนแรงหรือไม่สุภาพออกนะครับ
    ทุกที่มีปัญหา มากบ้างน้อยบ้าง แต่เรามาช่วยกันแก้ไขเชิงสร้างสรรค์กันนะครับ

  10. หนา พูดว่า:

    อยากถามว่าแล้วรายชื่อที่สอบผ่านเป็นพนักงานพิทักษ์ป่าที่เหลือจะเรียกเมื่อไรโปรดแจ้งบนเว็บด้วยคะ ขอบคุณคะ

  11. admin พูดว่า:

    ลองสอบถามไปที่กองการเจ้าหน้าที่กรมดูนะครับ แต่ถ้าทราบแน่นอนจะแจ้งให้ครับ

  12. เอก พูดว่า:

    ที่อ.ฝางจ.เจียงใหม่ จะได้เป็นแค่ลูกจ้างยังใช้เส้นทั้งเงินเข้าไป ถึงจะได้ทำงานในอุทยานหรือหน่วยป่าไม้ ผมว่าท่านอธิบดีมีการขึ้นเงินเดือนขนาดนี้ แล้วท่านน่าจะให้มีการเปิดสอบเอาจะดีกว่าไม่งั้น มีแต่เส้นมันไม่ยุติธรรมเลยครับ

  13. ลูกจ้าง พูดว่า:

    ปีงบประมาณ ’56 ไม่ทราบว่าพนักงานจ้างเหมาจะได้เงินขึ้นไหมครับ
    แล้วจะได้ขึ้นเป็นเดือนล่ะ เท่าไหร่ครับ

  14. ต้นน้ำ พูดว่า:

    ผมทำงานในตำแหน่งtorของหน่วยจัดการต้นน้ำครับวุฒิ ป.ตรี ทำงานมา5 ปีทำทุกอย่างทั้งงานสำนักงาน ขับรถ ช่วยคนงาน และทำงานบ้านหัวหน้า ถ้าขาดงานก็โดนหักเงิน ทำงานปีแรกได้ 7600 พอทำได้2 เดือนหัวหน้ายึดบัตร atm ครับ ปีต่อมาของลดเงินเดือนเหลือ6500 เช็คกับทางธนาคารเงินเดือนเข้าอยู่13900 ลองถามเพื่อนๆที่ทำตำแหน่งเดียวกันแต่คนละหน่วย บางคนก็ได้ 9000 -12000 ทุกวันนี้อยู่ได้ก็เพราะใจรัก รักป่าไม้ รักสัตว์ป่า มีหัวหน้า สืบ เป็นต้นแบบ แต่ผมมาเจอแบบนี้แล้วแย่ครับ และยังมีอีกหลายอย่างครับ ทั้งเบิกเงินผี เบิกค่าน้ำมัน ขายต้นไม้ ผมจะทำยังไงีครับ เพราะไม่ใช่มีแค่ผมคนเดียวครับยังมีคนที่โดนแบบผมอีกเยอะครับ

  15. admin พูดว่า:

    ถ้าเรารักและศรัทธาในอาชีพ ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดมาขัดขวางความมุ่งมั่นจริงจังของเราได้หรอกครับ ก็ขอเป็นกำลังใจให้น้องต้นน้ำทำงานที่ตัวเองรักต่อไป ปัญหาเรื่องเงินเดือนค่าตอบแทนเป็นปัญหาเรื้อรังมีความพยายามแก้ไขทุกยุคทุกสมัย ทีเห็นเป็นรูปธรรมก็ยุคนี้แหละครับที่ผู้บริหารได้ต่อสู้ให้พวกเราได้ค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น แต่ก็น่าเสียดายที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ผมก็รอว่าเมื่อไรระบบเก่าๆจะหมดไปจากเมืองไทยเสียที ก็มีแต่ปลูกฝังเด็กๆ รุ่นใหม่ให้กล้าคิดกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง ป่าหมดไปไม่ต้องโทษใครหรอกครับ เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ให้กำลังใจคนดีดีทำงานต่อไป ส่วนคนทำไม่ดีเดี๋ยวผลกรรมก็ตามสนองเอง แต่การปล่อยให้คนทำผิด ก็มีส่วนทำผิดนั้นด้วย มีหลากหลายช่องทางในการแจ้งเรื่องราวขอความเป็นธรรม ก็ลองดูนะครับ

  16. คนรักป่า พูดว่า:

    ผมก็เป็นลูกจ้างtorของป่าไม้ในโครงการระราชดำริฯ อยู่เป็นครอบครัวครับ ลูกเกือบ2 คนแล้ว เพราะเดือนหน้ามีนา 56 เกิดอีกคน คนโต 2 ขวบ 6 เดือน เส้นทางโครงการฯห่างจากถนนใหญ่ 8 ก.ม. ห่างจากตลาดสด 18 ก.ม. ห่างจากตัวอำเภอ 46 ก.ม.ไม่มีไฟฟ้ามีแต่โซล่าเซลหน้าฝนจุดเทียนครับ ใจไม่รักจริงคงอยู่ไม่ได้ เงินเดือนผม 7,500 ของภรรยา 2,400 อยู่ได้แบบพอเพียง มีความสุขตามอัตภาพ ปีที่ผ่านมา 2555 ผู้ใหญ่ท่านมาเยี่ยม นำเข็มพระราชทานมามอบให้เจ้าหน้าที่ในโครงการฯ ความเหนื่อยจากการทำงานที่ผ่านมาหายเป็นปลิดทิ้ง และมุ่งมั่นที่จะทำงานที่เรารักต่อไป โครการฯติดกับชายแดนไทย-พม่า เดินเท้า 2 ชั่วโมงถึงเขตว้าแดง อันตรายคงไม่ต้องพูดถึง ใจจริงอยากมีปืนใว้ทำงานและป้องกันครอบครัวสักกระบอก แต่ถ้าเราไม่ปิดทองหลังพระ เป็นตัวอย่างแก่ลูกหลานวันหน้าจะมีใครทำ ตั้งใจทำงานต่อไปเถอะครับ แล้วท่านกับผมก็จะมีความสุขในการทำงานพิทักษ์ป่าของประเทศไทย

  17. คนทำงาน พูดว่า:

    ฉันก็เป็นพนักงานจ้างเอกชนจบป.ตรี ทำงาน 10 ปีแล้ว ไม่เห็นบรรจุ หรือขึ้นเงินเดือนเลย

  18. nilawan yothamat พูดว่า:

    เมื่อไหร่จะมีการเรียนบรรจุพนักงานที่ผ่านการประเมินขึ้นบัญชีไว้ซะที ลูกจ้างเขารอความหวังกันเยอะแยะน่าสงสาร ปี56นี้แต่ละสำนักมีงบประมาณในส่วนนี้หรือไม่ สำนักฯละกี่อัตราคงไม่สอบใหม่ ขอให้ใช้บัญชีเดิมทุกสำนักก็จะดี ไม่เปลืองงบประมาณด้วย

  19. คนรักป่า พูดว่า:

    ผมเขียนใว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2556 ที่ผ่านมา ตอนนี้เดือนกรกฎาคม 2556 ลูกอีกคนผมเกิดแล้วครับวันที่เขียนนี้ลูกผมได้ สามเดือนกว่าเพราะเกิดวันที่ 11 เดือน มีนาคม 2556 อีกสองวันครบสี่เดือน ครอบครัวผมยังทำงานอยู่ที่เดิม เป็นลูกจ้าง tor เหมือนเดิม แต่ที่แตกต่างคือรายได้ลดลงกว่าเดิมเนื่องจากภรรยาคลอดลูก สี่เดือนกว่ามานี้ใช้แต่เงินเดือนของผมคนเดียว คือ 7,500 บาท ก็ยังอยู่ได้ครับ อยู่ได้เพราะใจรัก ภรรยาทำงานยังไม่ได้ ไม่ไช่ว่าร่างกายไม่พร้อมแต่เพราะต้องดูแลเจ้าตัวเล็กจึงต้องหยุดงานก่อน ในการเป็นป่าไม้ในโครงการพระราชดำริเหนื่อยกายครับ แต่สุขใจที่ได้ทำเพื่อพระองค์ท่าน ตอนนี้กำลังทำฐานการเรียนรู้เศรฐกิจแบบพอเพียง เพื่อให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเยาวชน และผู้ที่สนใจ หากสำเร็จแล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ ทำต่อไปนะครับ ที่เขาเรียกว่าความดี แล้ววันหนึ่งสิ่งที่เราทำก็จะย้อนกลับมาที่เรา เป็นกำลังใจ และขอกำลังใจจากทุกคนครับ

  20. nongnuch puksee พูดว่า:

    สามีดิฉันอยู่ฐานวังบอนค่ะบรรจุเป็นพนักงานราชการแล้วแต่ทำไมต้องย้ายไปทำงานที่อื่นคะเพราะเงินเดือนน้อยแล้วต้องย้ายที่พักไปเช่าบ้านด้วยจากเดิมพักอยู่บ้านก็ไกล้ที่ทำงานไม่ต้องเสียค่าเช่ามีเงินพอใช้พอมีการโยกย้ายพนักงานเมื่อบรรจุก็ไกลบ้านเสียค่าใช้จ่ายการเดินทางน้ำมันรถแพงขึ้นค่าที่พักค่าอาหารสูงขึ้นค่ะอยากทราบว่าทำไมต้องย้ายพนักงานจากถิ่นฐานเดิมเมื่อบรรจุแล้ว?ทำไมไม่ให้พนักงานราชการอยู่ถิ่นฐานเดิมไกล้บ้าน

  21. คนทำงาน พูดว่า:

    แร้วพนักงานทีโออาร์ทำงานเหนื่อยเท่าพนักงานราชกาล(พิทักษ์ป่า)ทำไมไม่ขึ้นเงินเดือนโบนัสออกมาตกอยู่ที่พนักงานราชกาลทั้งนั้น(ทีโออาร์)ไม่ใช่คนของราชกาลหรอ

Leave a Reply


5 − three =



SEO Powered by Platinum SEO from Techblissonline